head-anubanbankha-min
วันที่ 24 กันยายน 2021 10:01 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนอนุบาลบ้านคา
โรงเรียนอนุบาลบ้านคา
5

นางสาวฉัตรมณี จันทวงษ์

ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบ้านคา

โรงเรียนอนุบาลบ้านคา

โรงเรียนอนุบาลบ้านคา

โรงเรียนอนุบาลบ้านคา การศึกษาเป็นกระบวนการที่ทำให้คนมีความรู้และคุณสมบัติต่างๆ ที่ช่วยให้คนนั้นอยู่รอดในสังคมได้ เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมโดยรวม ดังนั้นคุณภาพการศึกษาจึงสะท้อนถึงคุณภาพของคนที่เป็นผลผลิตของการจัดการศึกษา ในบริบทของสังคมไทย รูปแบบการจัดการศึกษาส่วนใหญ่จะเป็นการศึกษาในระบบ ดังนั้น สถานศึกษาจึงเป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการจัดการศึกษา โดยเฉพาะในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบัน สถานศึกษาส่วนใหญ่มีความเหลื่อมล้ำแตกต่างกัน ทั้งในด้าน งบประมาณ คุณภาพ บุคลากร หรือจากชุมชน หน่วยงานองค์กรที่อยู่ใกล้เคียงสถานศึกษา และการติดตามช่วยเหลือจากหน่วยงานต้นสังกัด สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการจัดการศึกษาทั้งสิ้น  อีกทั้งสถานศึกษามีอิสระในการบริหารจัดการศึกษาด้วยตนเอง มีการพัฒนาหลักสูตรตามบริบทและความต้องการของตนเอง คุณภาพการจัดการศึกษาจึงแตกต่างกัน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 จึงได้กำหนดให้สถานศึกษา จัดให้มีการประกาศใช้มาตรฐานการศึกษา เพื่อให้มีการประกันคุณภาพของการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานของสถานศึกษาที่ได้กำหนดไว้

โรงเรียนอนุบาลบ้านคา ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดการศึกษาท่ามกลางทรัพยากรที่จำกัด แต่ก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการจัดการศึกษา และได้มุ่งเน้นในการใช้ทรัพยากรให้เต็มศักยภาพเพื่อปรับปรุงให้การศึกษาของโรงเรียนเป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาที่โรงเรียนได้กำหนด ดังนั้นเมื่อสิ้นปีการศึกษาจึงได้ทำการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ของโรงเรียนที่ได้จัดทำในรอบปีการศึกษา เพื่อประเมินผลการจัดการศึกษา และได้เขียนรายงานนี้ขึ้นเพื่อรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงผลการจัดการศึกษาของโรงเรียน อันจะสะท้อนถึงผลงาน และนำไปวางแผนงานในการจะร่วมมือกันในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลบ้านคาต่อไป

ประวัติโดยย่อ โรงเรียนอนุบาลบ้านคา

เดิมชื่อ ”โรงเรียนบ้านคา”  ตั้งอยู่  ตำบลสวนผึ้ง  อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี
เมื่อ  พ.ศ. 2514 เปิดสอนตั้งแต่  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1 จนถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  โดยมีการสร้างอาคารเรียน เป็นอาคารเรียนชั่วคราว หลังคามุงด้วยหญ้าคา
วันที่  20 เมษายน  พ.ศ. 2515 แยกมาเป็นกิ่งอำเภอบ้านคา
วันที่ 17 มิถุนายน  พ.ศ. 2517 ได้รับงบประมาณจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลสร้างอาคารเรียน  4  ห้องเรียนจำนวน  1  หลัง ได้รับงบประมาณต่อเดิมห้องเรียนอีก  4 ห้องเรียน
วันที่  3  ธันวาคม  พ.ศ. 2542 เปลี่ยนชื่อสถานศึกษา  เพื่อจัดตั้งเป็นโรงเรียนสหวิทยาเขตอนุบาลอำเภอชื่อ “โรงเรียนอนุบาลบ้านคา”  ตำบลบ้านคา  กิ่งอำเภอบ้านคา  จังหวัดราชบุรี

ปัจจุบัน โรงเรียนอนุบาลบ้านคา ”  ตำบลบ้านคา  อำเภอบ้านคา  จังหวัดราชบุรี

 วิสัยทัศน์

“ภายในปี 2564 โรงเรียนอนุบาลบ้านคามุ่งจัดการศึกษาให้นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาสากล  ได้รับการพัฒนารอบด้านเพื่อเน้นเป็นพลเมืองที่ดี  สภาพแวดล้อมน่าอยู่ ผู้เรียนมีทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี พัฒนาคนดี สู่สังคม”

พันธกิจ

  1. ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
  2. จัดสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่เอื้อต่อการเรียนรู้
  3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  4. ส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไปพร้อมกับการก้าวทันเทคโนโลยี
  5. ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรมพร้อมเป็นคนดีในสังคม

กลยุทธ์

  1. พัฒนาผู้เรียนสู่มาตรฐานสากล
  2. พัฒนาความเข้มแข็งของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
  3. พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  4. พัฒนาทักษะชีวิตและจิตสาธารณะ
  5. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
  6. พัฒนาระบบบริหารคุณภาพและเทคโนโลยี
  7. พัฒนาสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้และบริการส่งเสริมผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ

อาคาร สถานที่
ข้อมูลอาคารสถานที่ ประกอบด้วย จำนวนอาคาร   จำนวนห้องประกอบ

  1. อาคารเรียนจำนวน  3 หลัง
  2. อาคารประกอบจำนวน 4 หลัง
  3. ห้องน้ำ 5 ห้อง
  4. สนามเด็กเล่น 1 สนาม
  5. สนามฟุตบอล 1 สนาม
  6. สนามวอลเลย์บอล 1 สนาม
  7. สนามตะกร้อ 1 สนาม

แหล่งเรียนรู้

ข้อมูลแหล่งเรียนรู้ภายใน/นอกโรงเรียน จำนวนการเข้าใช้ห้องสมุดของผู้เรียนเฉลี่ยต่อปีการศึกษา ภูมิปัญญาท้องถิ่นปราชญ์ชาวบ้าน ห้องสมุดมีขนาด 200 ตารางเมตร  จำนวนหนังสือในห้องสมุด  1,500 เล่ม การสืบค้นหนังสือและการยืม-คืน ใช้ระบบการจัดการด้วยมือ จำนวนนักเรียนที่ใช้ ห้องสมุดในปีการศึกษาที่รายงาน เฉลี่ย  70 คน ต่อวัน  คิดเป็นร้อยละ  42.42  ของนักเรียนทั้งหมด

ห้องปฏิบัติการ       

  1. ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ จำนวน 1  ห้อง
  2. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ จำนวน 1  ห้อง
  3.  ห้องปฏิบัติการทางภาษา จำนวน 1  ห้อง
  4. ห้องปฏิบัติการทางศิลปะ-ดนตรี จำนวน 1  ห้อง

 คอมพิวเตอร์

  1. ใช้เพื่อการเรียนการสอน  จำนวน 36 เครื่อง
  2. ใช้เพื่อการบริหารจัดการ  จำนวน  3  เครื่อง
  3. ใช้เพื่อสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 26 เครื่อง

จำนวนนักเรียนที่สืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตในปีการศึกษาที่รายงาน เฉลี่ย 30 คน ต่อวัน  คิดเป็นร้อยละ 18.18  ของนักเรียนทั้งหมด

ห้องเรียนธรรมชาติ
แปลงเกษตร , สวนมัลเบอรี่ , สวนกาแฟ , สวนไผ่ , สวนป่า

อัตลักษณ์ – เอกลักษณ์
มีวินัย ซื่อสัตย์ อยู่อย่างพอเพียง  มีจิตสาธารณะ

คำขวัญโรงเรียน
มีคุณธรรม  ล้ำวิทยา  พัฒนาคุณภาพชีวิต

ปรัชญาการจัดการศึกษา
มีปัญญา  เหมือนมีทรัพย์

นานาสาระ

เรื่อง 7 สัตว์ที่ออกล่าในเวลากลางคืน

มนุษย์เป็นสัตว์ที่หากินเวลากลางวันและพักผ่อนในยามค่ำคืน แต่รู้หรือไม่ว่าในช่วงเวลาที่เรากำลังนอนหลับพักผ่อนนั้น ยังมีเหล่าสัตว์อยู่กลุ่มหนึ่งกำลังออกหากินกันอยู่ เราเรียกสัตว์เหล่านี้ว่า สัตว์หากินกลางคืน  โดยสัตว์ประเภทนี้จะมีวงจรชีวิตตรงข้ามกับเราที่ตอนเช้าเราออกไปทำงาน ใช้ชีวิต กินอาหาร พบปะผู้คน ส่วนตอนกลางคืนก็นอนหลับฟื้นฟูร่างกาย แต่สัตว์ประเภทนี้จะพักผ่อนในเวลากลางวันแล้วออกไปใช้ชีวิตปกติในเวลากลางคืน

จุดเด่นของสัตว์ที่หากินเวลากลางคืน คือ มันมีความสามารถในการมองเห็นดีมากในที่ ๆ มีแสงน้อย และเพื่อให้การออกล่าในที่มืดมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหล่าสัตว์เหล่านี้จะมีหูที่ได้ยินแม้เสียงเคลื่อนไหวเบาๆ มีจมูกที่ดีรับและแยกแยะกลิ่นจนถึงขั้นสามารถระบุตำแหน่งของเหยื่อได้ ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนจะขอแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักสัตว์ที่ออกหากินกลางคืนกันครับ

1.แพนด้าแดง( Red panda, Shining cat) 

หลายคนชอบแพนด้าแดง เพราะความน่ารักของมันด้วยลักษณะที่มีความผสมผสานระหว่างหมีตัวแดง แรคคูน และกระรอกรวมกันอย่างลงตัว แพนด้าแดงมีขนสีน้ำตาลแดง ใต้ท้องเป็นขนสีดำ มีตาและจมูกเล็ก ๆ ใบหูมีขนสีขาว และบริเวณแก้มและคิ้วมีขนสีขาว หางคล้ายกระรอก แพนด้าแดงจะออกหากินตอนกลางคืนโดยจะปีนป่ายตามต้นไม้ค่อยๆหาผลไม้กิน อาหารของแพนด้าแดงนอกจากผลไม้ยังมี ใบไม้อ่อน แมลงขนาดเล็ก ไข่นก ไผ่ รากไม้ ลูกสน เห็ด ส่วนในเวลาเช้ามันจะใช้เวลาไปกับการหลับพักผ่อน

ปัจจุบันแพนด้าแดงเป็นสัตว์สงวนซึ่งมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ เพราะการขยายพันธุ์ของประชากรแพนด้าแดงตามธรรมชาติมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยเพราะเป็นสัตว์รักสันโดษหวงอาณาเขตแยกออกไปใช้ชีวิตตัวเดียวไม่อยู่รวมเป็นฝูงและมักเปลี่ยนถิ่นฐานไปเรื่อย ๆ มีบ้างที่ตัวผู้จะบังเอิญเข้าไปในอาณาเขตของตัวเมียและเกิดการผสมพันธุ์กัน ซึ่งใน 1 ปีจะมีช่วงผสมพันธุ์เพียง 1 ครั้ง

และมีระยะเวลาที่เพศเมียต้องการผสมพันธุ์เพียง 2-3 วันเท่านั้น ทั้งยังให้กำเนิดลูกได้เพียง 3-4 ตัว หากแพนด้าแดงเพศผู้และเพศเมียมาเจอกันผิดเวลาอาจเกิดสงครามแย่งชิงอาณาเขตกันได้ การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติก็เป็นไปได้ยากอยู่แล้ว ยังถูกมนุษย์ลักลอบขายเป็นสัตว์เลี้ยงเพราะความน่ารัก และถูกล่าเพื่อนำขนไปทำเป็นเสื้อผ้า ของตกแต่ง เพราะขนสวยสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์

2.ค้างคาว (Bat) 

ค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมเพียงชนิดเดียวที่สามารถบินได้ เป็นสัตว์หากินตอนกลางคืน ในเวลาเช้าจะอยู่ตามถ้ำ หลายคนรู้จักค้างคาวจากเรื่องของแดรกคูล่าและยังติดภาพจำว่าค้างคาวเป็นสัตว์น่ากลัวต้องกินเลือดเหมือนในหนังเท่านั้น แท้จริงแล้วค้างคาวมีสองประเภทคือ ค้างคาวที่กินผลไม้ และค้างคาวกินแมลง ค้างคาวที่มีมากที่สุดคือค้างคาวกินผลไม้ ซึ่งค้างคาวส่วนใหญ่จะออกหากินกลางคืน และมีเพียงค้างคาวประเภทกินแมลงเท่านั้นที่มีทักษะพิเศษในการใช้เสียงสะท้อนเพื่อระบุตำแหน่งในที่มืดได้

3.นกฮูก (Owl

นกฮูก หรืออีกชื่อคือ นกเค้าแมว เนื่องจากนกฮูกมีหน้าตาแววตาที่คล้ายคลึงกับแมวมาก เหยื่อของมันมีตั้งแต่หนู งู สัตว์ตัวเล็ก แม้แต่สัตว์ที่อยู่ในน้ำอย่างปลา หรือปู สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างพวกกบตัวเล็ก ๆ นกฮูกก็กินได้เช่นกัน นกฮูกมีจุดเด่นคือตาที่คล้ายแมวกลมโต ทำให้สามารถมองในที่มืดได้ง่าย มีสายตาดีมากมองที่ไกล ๆได้สบาย อีกทั้งคอของมันจะหมุนได้ 270 องศา

เรียกได้ว่ามองได้รอบตัวเลยทีเดียว แต่นกฮูกเองก็ไม่ได้เก่งมากในเรื่องของการล่าเหยื่อ เมื่อเทียบกับเจ้าเวหาอย่างเหยี่ยวหรืออินทรีที่เก่งในการล่าเหยื่อตอนเช้า นกฮูกจึงผันตัวมาใช้เวลากลางคืนออกหากินแทนเพราะคู่แข่งน้อย

4.สุนัขจิ้งจอกสีแดง( red fox )

สุนัขจิ้งจอกสีแดงมีลักษณะคล้ายสุนัขบ้านเรา เพียงมีขนาดตัวที่เล็กกว่า มีขนมีน้ำตาลและขาว มีขนสีดำแทรกตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ขนที่ขาเป็นสีดำ อยู่กันเป็นฝูงหรืออย่างน้อยก็เป็นคู่สองตัว ในเวลาเช้าจิ้งจอกแดงจะนอนหลับตามโพรงแล้วออกหากินเวลากลางคืน เหยื่อของมันก็มีมากกมาย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็ก ๆ ผักหรือผลไม้ หรือจะเป็นสัตว์ตัวใหญ่อย่างกวาง หรือลา

5.หิ่งห้อย (firefly)

เป็นแมลงปีกแข็งที่สามารถเปล่งแสงได้ หิ่งห้อยเป็นสัตว์หากินกลางคืน โดยมันจะหากินที่ป่าโกงกางหรือป่าชายเลน ใกล้ๆแหล่งน้ำที่สะอาด และต้นลำพูก็เป็นแหล่งรวมเหล่าหิ่งห้อยชั้นดีอาหารของหิ่งห้อยคือ หอย ซึ่งหิ่งห้อยจะกินหอยในช่วงที่มันเป็นตัวหนอนอยู่ เมื่อออกจากดักแด้กลายเป็นหิ่งห้อยจะเปลี่ยนไปกินน้ำค้างและใบไม้เป็นอาหารแทน

6.เสือโคร่ง( royal tiger ,Bengal tiger

 เสือโคร่งมีลักษณะคล้ายแมวตัวใหญ่ที่มีขนสีเหลืองออกไปทางส้ม มีลายสีดำ อยู่กลางลำตัวยาวไปถึงหาง ปลายหางสีดำ มีขนสีขาวอยู่ใต้คาง คอ  ใต้ท้อง  และขนตา อันที่จริงเสือโคร่งสามารถหากินได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน แต่มันมักจะนอนพักผ่อนในเวลากลางวัน และล่าเหยื่อในตอนกลางคืนมากกว่า ด้วยเหตุนี้จึงมีตาที่ดีมากเพราะมองได้ดีทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนเสือโคร่งสามารถล่าเหยื่อขนาดใหญ่ตั้งแต่กวาง จนถึงลูกช้างได้เลย  

7.นกแสก(Barn Owl)  

นกแสก มีใบหน้าเป็นรูปหัวใจ ตาใหญ่ ขนที่หน้าเป็นสีขาว ปากเรียว แหลม จะงอยเป็นตะขอ ชื่อของมันมาจากเสียงร้องว่า แสก แสกนกแสกจะออกหากินในเวลากลางคืน โดยมีนิสัยชอบอยู่แถวบริเวณที่เงียบสงบอย่างในวัด บ้านร้าง ซอกมุมตึกหรือโพรงไม้ อาหารหลักของมันคือ หนู สัตว์ที่หากินในเวลากลางคืนมักจะมีการปรับตัวตามสภาพแวดล้อมเพื่อให้เหมาะสมกันการหาเหยื่อ

อย่างไรก็ดีอีกเหตุหนึ่งที่มีสัตว์หลายชนิดเลือกที่จะหากินตอนกลางคืน เพราะมันมีโอกาสในการล่าเหยื่อสูงเนื่องจากเป็นเวลาที่เหยื่อนอนหลับหมดแล้ว จึงง่ายต่อการจับ แต่เพราะในตอนกลางคืนมืดมากไม่เหมาะแก่การล่าเหยื่อเท่าตอนเช้า สัตว์เหล่านี้จึงต้องปรับตัวและวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอด เช่น มีสายตาที่มองเห็นได้ดี มีท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่เบาส่งเสียงน้อยที่สุด มีหูและจมูกที่ดี

ด้วยทุกวันนี้ในสังคมแห่งการแข่งขันและโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มนุษย์บางคนปรับตัวเก่งและออกล่าหรือทำมาหากินในเวลากลางคืนได้ดีไม่แพ้สัตว์เหล่านี้เลย

โรงเรียนอนุบาลบ้านคา
โรงเรียนอนุบาลบ้านคา
โรงเรียนอนุบาลบ้านคา
โรงเรียนอนุบาลบ้านคา