head-anubanbankha-min
วันที่ 18 พฤษภาคม 2024 7:13 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนอนุบาลบ้านคา
โรงเรียนอนุบาลบ้านคา
หน้าหลัก » นานาสาระ » เด็กชายกับคุณยายที่เขารัก

เด็กชายกับคุณยายที่เขารัก

อัพเดทวันที่ 30 พฤศจิกายน 2020

เด็กชายกับคุณยายที่เขารัก

เด็กชายกับคุณยายที่เขารัก

เด็กชายกับคุณยายที่เขารัก เรื่องราวความน่าประทับใจระหว่างความรักของคนในครอบครัวที่เกิดขึ้นระหว่างหลานชายตัวน้อยกับคุณยายแสนใจดี ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งบนดอยแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนที่ฉันจะได้มีโอกาสเจอกับเจ้าของเรื่องตัวจริง เขาเป็นชายหนุ่มนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการอุตสาหกรรมสิ่งทอขนาดใหญ่ของเอเชียอาคเนย์ ด้วยวัยเพียง 26 ปีเท่านั้น ความสำเร็จที่น่าทึ่งของเขานั้นทำให้ฉันในฐานะนักข่าวก็อดไม่ได้ที่จะอยากมาเล่าเรื่องราวของเขาให้กับผู้อ่านที่น่ารักทุกคนได้ฟังกัน เรื่องราวของ อาหลี่ เด็กชายตัวน้อยวัย 5 ปีที่ต้องอาศัยอยู่กับผู้เป็นยายแท้ๆเพียงลำพัง

ในดินแดนที่เรียกได้ว่าเป็นแถบชานเมืองที่ห่างไกลความเจริญมากที่สุดพื้นที่หนึ่งของเวียดนามในอดีตเพราะตอนนั้นพวกเขาไม่มีทั้งไฟฟ้า น้ำประปา และถนนดีๆสักเส้น จำเป็นต้องเดินทางหลายกิโลเพื่อไปเก็บของป่าไปขาย ไม่ก็หาล่าเนื้อสัตว์มาทำอาหารประทังชีวิตไปวันๆ อาหลี่เดิมทีก็มีพ่อและแม่ที่รักกันดี แต่พวกเขาไม่อาจทนต่อชีวิตที่แสนยากลำบากเช่นนี้ต่อไปได้ จึงจำยอมที่ต้องขอออกไปหางานทำในเมืองใหญ่ พวกเขาได้ให้คำมั่นสัญญากับผู้เป็นยายของอาหลี่ว่าหากได้ดีและตั้งตัวได้ระดับหนึ่งแล้วจะกลับมารับผู้เป็นแม่และลูกชายไปอยู่ด้วยกัน แต่เวลาก็ผ่านพ้นไปหลายปี พวกเขาก็ไม่ได้ส่งข่าวคราวใดๆกลับมาหาคุณยายที่เฝ้ารออีกเลย

ทำให้คุณยายรู้ว่าคงไม่มีประโยชน์ที่จะเฝ้ารอพวกเขาอีกต่อไป ได้แต่คิดสงสารอาหลี่เด็กชายตัวน้อยที่ต้องเหมือนเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังจำความไม่ได้เสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อมารู้ความจริงภายหลังคือพ่อและแม่ของเขาต่างได้แต่งงานใหม่มีครอบครัวที่สุขสบายไปแล้วและที่สำคัญคือพวกสามีภรรยาใหม่ของพวกเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าพวกเขาเคยมีลูกมาอยู่ก่อนแล้วพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่กลับมาที่ดอยแห่งนี้อีกต่อไป ผู้เป็นยายนั้นพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของพวกเขาทั้งสอง ก่อนหน้านี้เธอก็เคยรู้สึกว่าชีวิจนั้นแสนไร้ค่า ไม่มีประโยชน์แต่เมื่อนึกได้ว่าต้องเลี้ยงดูหลานชายให้เติบใหญ่ขึ้นมาเธอก็เหมือนมีกำลังวังชาในการทำงานเพื่อเด็กตัวน้อยคนนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ยายหลานแม้จะไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อมพวกเขาเหมือนอย่างคนร่ำรวยแต่พวกเขาก็มีความสุขกับสิ่งง่ายๆเหล่านี้มาก การได้นอนกอดกันยามที่ถึงหน้าหนาว การที่ได้ปิ้งปลาย่างทานด้วยกันหลังจากที่เหนื่อยมากกว่าจะจับพวกมันกลับมากินที่บ้านได้ การที่ได้อาบน้ำเล่นกันในลำธารอย่างมีความสุข อีกไม่นานอาหลี่ก็ต้องเข้าโรงเรียน ยายของเขาก็รู้ว่าต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากขึ้นไปอีกจึงตัดสินใจออกจากบ้านให้เช้าขึ้นเพื่อไปหาของป่าให้ได้มากยิ่งขึ้น กลับเข้าบ้านเย็นมากขึ้นเพื่อหวังว่าหลานชายจะได้มีหลายสิ่งหลายอย่างเหมือนกับเด็กๆคนอื่นที่เขาจะได้เห็นในอนาคตที่โรงเรียน

แต่ว่าอาหลี่เองก็เหมือนจะรู้ความตั้งใจในข้อนี้ของผู้เป็นยายจึงขอร้องให้ยายไม่ต้องทำงานจนหนักเกินไป ไม่ได้ต้องการที่จะมีอะไรๆเหมือนกับเด็กคนอื่น เขาบอกว่าเขาอยากให้ยายมีความสุขมากกว่า เพราะมันล้ำค่ากับเขามากกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ยายนั้นไม่ได้เรียนหนังสือสูงๆเหมือนกับคนรุ่นนี้แล้วเธอจึงพยายามสั่งสอนอาหลี่ด้วยประสบการณ์ตรงของเธอเป็นหลัก ซึ่งอีกหนึ่งข้อสำคัญที่ทำให้อาหลี่กลายเป็นชายหนุ่มผู้สู้ชีวิตและประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ มีหลายคำสอนที่ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจของอาหลี่ก็คือ “อย่าเปรียบเทียบชีวิตของเรากับใคร เพราะเขาไม่ได้มาแบกรับความรู้สึกแย่ๆของเราตอนที่เราพยายามทำเหมือนเขา”

การที่เราเลือกที่จะแข่งขันกับคนอื่นและลืมมองว่าแท้จริงแล้วคนที่เราควรจะแข่งขันด้วยมากที่สุดก็คือตัวเราเองในอดีตต่างหากที่เราควรจะพัฒนาต่อเนื่องขึ้นไป  เมื่ออาหลี่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนในหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขานัก เขาก็รู้สึกชอบมากที่ได้มาเล่นกับเพื่อนๆของเขา เขารู้สึกว่าเขาได้เจอกับผู้คนมากหน้าหลายตามากขึ้น อีกทั้งด้วยความที่เขาไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาเหมือนกับที่คุนยายของเขาได้สอนเอาไว้บอกกับเขาเสมอว่าความจริงแล้วเทพเจ้าได้กำหนดชีวิตของคนเราไว้แค่ 30 เปอร์เซ็นต์ส่วนที่เหลือนั้นมีแค่เราที่จะขีดเส้นสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยตัวของเราเองเท่านั้น

ชีวิตที่โรงเรียนของอาหลี่นั้นเขาได้เป็นหลายสิ่งหลายอย่างทีเขาอยากจะเป็น ที่นั่นเขาได้รับการยอมรับจากเพื่อนและครู เขาได้เป็นหัวหน้าห้อง และที่สำคัญอาหารกลางวันที่โรงเรียนก็อร่อยมาก คำแรกที่เข้าปากเขาเข้าไปมันทำให้เขาจำได้ไม่มีวันลืมเลยว่ามันอร่อยแค่ไหน เรียกได้ว่ามันอร่อยเสียจนกระทั่งเขารู้สึกว่านั่นเป็นรสชาติสิ่งที่เรียกว่า “อาหาร” อย่างแท้จริง และที่เขากินมาทั้งชีวิตเป็นเพียงสิ่งที่ช่วยให้ปากท้องของเขาอิ่มก็เท่านั้น เขาไม่ลืมที่จะรีบวิ่งเอาอาหารกลางวันของเขาที่โรงเรียนไปให้กินกับคุณยายในทุกพักเที่ยง เพราะเขาไม่อาจจะรู้สึกมีความสุขได้คนเดียวโดยไม่มีคนที่เขารักที่สุดในชีวิตได้

คุณครูที่โรงเรียนทราบเรื่องก็รู้สึกสงสารเขามากเพราะรู้ว่าเขาต้องอยู่อาศัยกับยายเพียงลำพัง อาหลี่ทำแบบนี้มาโดยตลอดจนใกล้จะจบชั้นประถมเขาอยากจะเรียนต่อให้ได้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ว่าเขาเองก็แอบเผื่อใจเอาไว้ว่ามันคงเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น แต่คุณครูของเขานั้นรู้ดีว่าอาหลี่ต้องไปได้ดีแน่นอนหากได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น

คุณครูจึงดำเนินการขอทุนการศึกษาให้กับเขาเป็นทุนต่อเนื่องจนจบปริญญาโท เขาดีใจมากที่จะได้เรียนต่อ และคุณยายก็ยินดีมากกับหลานชายเช่นกัน แต่เมื่อคิดว่าต้องอยู่ห่างจากคุณยายและทิ้งให้เธอต้องอยู่ที่นี่ตามลำพังอาหลีก็ไม่อาจทำได้ เขาตั้งใจจะปฏิเสธโอกาสนี้ไป แต่คุณยายไม่ยอม สองยายหลานเลือกที่จะพากันย้ายไปอยู่ในเมืองหลวงแทน และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่แสนสดใสของพวกเขาทั้งคู่ตั้งแต่นั้นมา

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนอนุบาลบ้านคา
โรงเรียนอนุบาลบ้านคา
โรงเรียนอนุบาลบ้านคา
โรงเรียนอนุบาลบ้านคา